วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

 บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

     บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน เป็นบ่อน้ำร้อนซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินี้มีอยู่ 3 บ่อ คือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก ทั้ง 3 บ่อ มีอุณหภูมิสูงประมาณ 65 องศาเซลเซียส น้ำพุร้อนแห่งนี้ได้รับการวิเคราะห์จากกรมวิทยา ศาสตร์บริการว่าประกอบด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ และเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนอยู่เลย จึงทำให้ไม่มีกลิ่นของกำมะถันและมีความบริสุทธิ์สามารถรับทานได้จากแหล่งกำเนิด โดยไม่ต้องผ่านการกลั่น กรองใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก นอกจากนี้ยังถือเป็นน้ำบริสุทธิ์จึงเป็นแหล่งหนึ่ง ที่นำไปผ่าน พิธีพุทธาภิเษก ทำน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้เป็นน้ำพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีฉลองพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภายในบริเวณบ่อน้ำร้อนมีบริการอาบน้ำแร่บำบัดรักษาสุขภาพ่ที่ สยามฮอทสปา ผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยการบำบัดจากน้ำแร่ ด้านนอกมีบริการแช่เท้าฟรีเพื่อผ่อนคลาย นอกจากนี้บริเวณใกล้ ๆ บ่อน้ำร้อนได้จัดเป็นสวนสาธารณะ "รักษะวาริน" มีศาลาที่พักและห้องอาบน้ำร้อนไว้บริการด้วย

บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

     ภายในบริเวณบ่อน้ำร้อนมีบริการอาบน้ำแร่บำบัดรักษาสุขภาพอีกด้วย มีบริการแช่เท้าเพื่อผ่อนคลาย นอกจากนี้ยัง มีบริการผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยการบำบัดจากน้ำแร่ที่ สยามฮอทสปา ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน บริเวณใกล้ ๆ บ่อน้ำร้อนได้จัดเป็นสวนสาธารณะ "รักษะวาริน" มีศาลาที่พักและห้องอาบน้ำร้อนไว้บริการด้วย


บ่อเเช่เท้าใกล้บ่อพ่อ

บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

บ่อเเช่เท้าอีกฝั่ง

บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

     ลักษณะของบ่อน้ำร้อน ทั้ง 3 บ่อ
1.บ่อพ่อ
เป็นบ่อปูนซีเมนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาบ่อน้ำร้อนทั้งสามบ่อ มีลักษณะเป็นบ่อวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ของบ่อ ขนาด 2.80 เมตรสูงจากผิวดิน 0.80 เมตร ลักษณะของน้ำร้อน น้ำร้อนในบ่อมีลักษณะใสมีฟองก๊าช คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ที่ผุดขึ้นมาจากก้นบ่อสู่ผิวน้ำค่อนข้างน้อย ไม่มีกลิ่นกำมะถัน ไม่มีสาหร่ายน้ำร้อนจะไหลล้น ออกนอกบ่อตลอดเวลา ทำให้บริเวณบางส่วนของปากบ่อและผนังบ่อน้ำด้านนอกมีการสะสมตัวของแร่แคลไซต์ ซึ่งเป็นแร่ที่มีขนาดผลึกละเอียดมาก แร่ชนิดนี้เป็นแร่อัลเทอร์เรชั่น ที่สำคัญชนิดหนึ่ง อุณหภูมิของน้ำร้อนวัดได้ 65 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรดด่า วัดได้ประมาณ 8 อัตราการไหลของน้ำร้อนที่บ่อพ่อวัดได้ประมาณ 3.5 ลิตร/วินาที หรือประมาณ 12.6 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง แสดงลักษณะของบ่อน้ำพุร้อน (บ่อพ่อ) รายล้อมด้วยสวน หย่อมและพุ่มไม้


บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

2.บ่อแม่
เป็นบ่อปูนซีเมนต์เช่นเดียวกับบ่อพ่อ แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางของบ่อขนาด 1.50 เมตร และสูง จากผิวดิน 0.85 เมตรลักษณะของบ่อน้ำพุร้อน น้ำร้อนในบ่อมีลักษณะใส มีฟองก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ผุดขึ้น มา เป็นจังหวะ ๆ และมีปริมาณมากกว่าบ่อพ่อ ไม่มีกลิ่นกำมะถัน ไม่มีสาหร่าย อุณหภูมิของน้ำร้อน วัดได้ 65 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรดด่างวัดได้ประมาณ 8 มีแร่อัลเทอร์เรชั่นเคลือบเล็กน้อยที่ด้านในของผนังบ่อ ระดับของน้ำร้อนอยู่ต่ำจากปากบ่อลงไป 0.48 เมตร ไม่สามารถวัดอัตราการไหลของน้ำร้อนได้


บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

3.บ่อลูกสาว
เป็นบ่อปูนซีเมนต์เช่นเดียวกัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางของบ่อขนาด 2.00 เมตร และสูงจาก ผิวดิน 0.90 เมตร ลักษณะ ของบ่อน้ำพุร้อน (บ่อลูกสาว) น้ำร้อนในบ่อมีลักษณะใส มีฟองก๊าชคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ผุดขึ้นมายังผิวน้ำ มากกว่า สองบ่อแรกไม่มีกลิ่น กำมะถัน ไม่มีสาหร่าย อุณหภูมิของ น้ำร้อน วัดได้ 65 องศาเซลเซียส ค่าความเป็น กรดด่าง วัดได้ประมาณ 8 มีแร่อัลเทอร์เรชั่นเคลือบเล็กน้อยที่ด้านในของผนังบ่อ เช่นเดียวกับบ่อแม่ ระดับน้ำร้อนอยู่ต่ำ จากปากบ่อลงไป 0.1 เมตร ไม่สามารถวัดอัตราการไหลของน้ำร้อนได้


บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

การเดินทางไป บ่อน้ำร้อน สวนสาธารณะรักษะวาริน

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ให้เลี้ยวเข้ามาตามทางหลวงหมายเลข 4005 ประมาณ 1 กม. ไปทางทิศตะวันออก ก็จะพบกับ สวนสาธารณะรักษะวาริน

สุสานเจ้าเมืองระนอง

      สุสานเจ้าเมืองระนอง

     สุสานเจ้าเมืองระนอง สร้างในปี พ.ศ. 2426 เป็นสุสานของพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) อดีตเจ้าเมืองระนองโดยบริเวณ สุสานเป็นที่ดิน ที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้แก่ตระกูล ณ ระนอง ที่ คอซู้เจียง เป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่ หลวง  ชาวบ้านเรียกท่านว่า เจ้าคุณเฒ่า ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในท้องถิ่น เป็นตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้ง ๆ ที่อพยพมา จากประเทศจีน เข้ามาเป็นกรรมกรรับจ้าง จนได้ตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง ก็เพราะเป็นคนที่มีความกตัญญูกตเวที ซื่อตรง อดทน มัธยัสถ์ รอบรู้ และมอง การณ์ไกล รู้จักการจัดการและการแก้ปัญหาทำประโยชน์ให้แผ่นดินอย่างมากเป็นแบบฉบับสำหรับข้าราชการทั้งหลาย อีกทั้งยังมีลูกหลานอยู่ในโอวาท ของบิดามารดาจนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนได้เป็นใหญ่ในภาคใต้อีกหลายคน จึงเป็นบุคคลที่น่าชื่นชมเอาเยี่ยงอย่างท่าน สุสานเจ้าเมืองระนอง จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดระนองต้องมาเยือน 

สุสานเจ้าเมืองระนอง

     สุสานเจ้าเมืองระนอง ตั้งตามหลักการฮวงซุ้ยหลังติดเขาหันหน้าออกสู่ทะเล ระหว่างทางจากทางเข้าถึงสุสาน ประดับด้วยบริวารตามหลัก ฮวงจุ้ยศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย

     รูปปั้นขุนนางฝ่ายบู้ หมายถึง นักรบ ทหาร ความมั่นคงเข็มแข็งของตระกูลและเมือง
     รูปปั้นขุนนางฝ่านบุ๋น หมายถึงบัณฑิต นักปราชญ์ สติปัญญา
     รูปปั้นแพะ หมายถึง โภคทรัพย์ ความโอบอ้อมอารี
     รูปปั้นเสือ หมายถึง พลังอำนาจ ความยิ่งใหญ่
     รูปปั้นม้า หมายถึง ความรวดเร็ว ปราดเปรียว การค้าขายที่คล่องแคล่ว
     เสาศิลา 2 ต้น หมายถึง สรรเสริญความงดงามของเมืองระนอง ความเป็นเมืองสงบ ความร่มเย็นเป็นสุข ความเป็นเมืองอัจฉริยบุคคล


สุสานเจ้าเมืองระนอง

     การเดินทางไป สุสานเจ้าเมืองระนอง
     1. รถยนต์
สุสานเจ้าเมืองระนอง ห่างจากตัวเมืองจากถนนชาติเฉลิมไปตามถนนสายปากน้ำประมาณ 5  กิโลเมตร   ตั้งอยู่ด้านขวามือของทางหลวงหมายเลข 
 4004 (ระนอง-ปากน้ำ) ห่างจากเขตเทศบาลเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร

Ranong Canyon



                                                      Ranong Canyon

ระนองแคนย่อน ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งคา ต.หาดส้มแป้น อ.เมือง อยู่ห่างจากวัดหาดส้มแป้นประมาณ 3 ก.ม.ห่างจาก ตัวเมืองประมาณ 15 กม. โดยใช้เส้นทางเดียวกับบ่อน้ำพุร้อนรักษะวริณลักษณะของสถานที่ท่องเที่ยวจะมีความ สวยงามแปลกตา
คือ เป็นสระน้ำขนาดย่อม ที่โอบล้อมด้วยหุบเขาเหตุที่ที่นี่เป็นแอ่งน้ำล้อมภูเขาแบบนี้เนื่องมา จาก ที่นี่เคยเป็นเหมืองแร่เก่ามาก่อน ลักษณะเป็นเหมืองแบบฉีดโดยฉีดน้ำให้กัดเซาะดินปนแร่จากตัวภูเขาให้ลง มาสะสม ในแอ่งน้ำด้านล่าง หลังจากนั้นก็จะสูบน้ำในแอ่งขึ้นตามท่อเพื่อนำมาผ่านกระบวนการทางกายภาพ เพื่อ ทำการแยกแร่ ออกจากทรายที่ไม่มีค่าทำให้สภาพภูเขาเกิดลักษณะเว้าๆ แหว่งๆ สวยงามแปลก
ระนอง แคนย่อน

     ระนองแคนย่อน เดิมเรียกว่า‘บึงมรกต’เพราะเมื่อมองจากเนินเขาข้างบนลงมาจะเห็นน้ำในบึงใสแจ๋วสะท้อนสีของ ฟ้า และต้นไม้เป็นสีเขียวอมฟ้าดุจดังมรกต ส่วนปรากฏการณ์เกิดหมอกไล่น้ำยามเช้านั้นเกิดจากการคายน้ำของ ต้นไม้ใน บริเวณนี้นั่นเอง
ระนอง แคนย่อน

ระนอง แคนย่อน

ระนอง แคนย่อน

     ระนองแคนย่อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกจุดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนทั้งในยามเช้าและ ยามเย็น ในสถานที่ที่ชาวระนองนิยมไปนั่งพักผ่อน มีพื้นที่ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขา หินขาว ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ในบริเวณ บ้านหาดสมแป้นซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ในการทำแก้ว จาน ชาม กระเบื้อง และเครื่องสุขภัณฑ์ ซึ่งหากใน บรรยากาศ ยามเช้าสามารถนั่งชม น้ำไล่หมอกได้ที่ระนองแคนย่อน เพราะในกระแสน้ำของบึงยามเช้ามีสายหมอก ล่องลอยระเหย ขึ้นเมื่อได้สัมผัสกับแสงแดดอันอบอุ่น ยามเช้า สามารถให้อาหารปลา ที่อาศัยอยู่ในบึงน้ำได้ ปลาที่อาศัยอยู่ได้แก่ ปลาพลวง ปลาตะเพียนแดงปลาดุก ฯลฯ มีร้านค้าจำหน่ายอาหารปลาอยู่บริเวณใกล้เคียง กับระนองแคนย่อน
ระนอง แคนย่อน

ระนอง แคนย่อน

     ระนองแคนยอนตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับบ่อน้ำพุร้อนรักษะวริณ ไปทางเส้นทางเดียวกับวัดหาดส้มแป้น ไปประมาณ 2.5 กิโลเมตร ก็จะถึงระนองแคนยอน

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วัฒนธรรมประเทศพม่า


     สวัสดีค่าา ผู้อ่านที่น่ารัก ^^ หลังจากเราสอบกลางภาคผ่านไปเเล้ว ผ่านไป 3 บล็อกเเล้ว วันนี้จะทำ บล็อกที่ 4 กัน โดยเดือนนี้เป็นเดือนอาเซียน เราก็ต้องทำให้สอดคล้องกับเรื่องราวในประเทศอาเซียนโดยจะเลือกหัวข้อ "วัฒนธรรมประเทศพม่า" กันนะค่าา ไปลุยกันเลยย Go Go!!!

วัฒนธรรมประเทศพม่า
     วัฒนธรรมประเทศพม่าได้รับอิทธิพลจากจีน อินเดีย เเละไทยมาช้านาน สะท้อนให้เห็นในด้านภาษา อาหาร เเละดนตรี ศิลปะของพม่าได้รับอิทธิพลมาจากวรรณคดีและพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท มาช้านาน ปัจจุบันนี้พม่ายังได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น เห็นได้ชัดจากเขตชนบทของประเทศ
     
Credit:https:thai.ynta.gov.cn
                                                                         
     การแต่งกาย ชาวพม่าผู้หญิงและผู้ชายนิยมนุ่งโสร่ง เรียกว่า ลองยี     ส่วนการแต่งกายแบบโบราณเรียกว่า    ลุนตยาอชิก

Credit:www.thaigoodview

ประเพณีปอยส่างลอง
     ประเพณีปอยส่างลอง หรือที่เรียกกันว่า "งานบวชลูกเเก้ว" เป็นงานประเพณีของชาวไต หรือชาวไทยใหญ่ เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน คำว่า "ปอย" แปลว่า งาน ซึ่งหมายถึง งานเทศกาล งานรื่นเริง งานมงคลต่างๆ "ส่าง" แปลว่า พระ-เณร และ "ลอง" มาจาก คำว่า "อะลอง" แปลว่า กษัตริย์ ราชา เกี่ยวกับเจ้าแผ่นดิน เมื่อรวมกันก็หมายถึง งานเตรียมบวชเป็นพระเณรของเด็กที่แต่งดาเป็นกษัตริย์หรือราชานั่นเอง

Credit:chill.co.th

Credit:dmc.tv

Credit:www.nrewlinson.com


     งาน “ปอยส่างลอง” นี้ จะนิยมจัดในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวบ้านมีเวลาว่าง หลังจากเก็บเกี่ยวผืชผักผลไม้ในไร่นาแล้ว เป็นช่วงปิดเทอมปิดภาคเรียนของเด็กๆอีกด้วย สาเหตุที่ชาวไทยใหญ่ได้จัดงานนี้เพราะต้องการให้ลูกหลานได้มีโอกาสบรรพชา เป็นพระภิกษุสามเณรเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา จะเห็นได้ว่าชายชาวไทยใหญ่ที่นับถือพระพุทธศาสนา จะได้ผ่าการบวชเป็นพระหรือสามเณรจากงานประเพณีปอยส่างลองนี้กันมาแทบทั้งหมด 

ลำดับเดือน เดือนพม่า เดือนสากล งานประเพณีประจำเดือน
  1. ดะกู มี.ค.-เม.ย. งานฉลองสงกรานต์
  2. กะโส่ง เม.ย.-พ.ค. งานรดน้ำต้นโพธิ์
  3. นะโหย่ง พ.ค.-มิ.ย. งานสอบพระธรรม ปัจจุบันย้ายไปจัดในเดือนดะกู
  4. หว่าโส่ มิ.ย.-ก.ค. งานบวชพระเณร และ งานเข้าพรรษา
  5. หว่าข่อง ก.ค.-ส.ค. งานสลากภัต ปัจจุบันงานบูชานัตที่ต่องปะโยง เป็นที่สนใจมากขึ้น
  6. ต่อดะลีง ส.ค.-ก.ย. งานแข่งเรือ หรือ งานต่อดะลีงหรืองานติจ์ซีง ปัจจุบันไม่มีการจัดงาน
  7. ดะดีงจู๊ต ก.ย.-ต.ค. งานจุดประทีป และ งานออกพรรษา นิยมปล่อยโคมลอยกันในเดือนนี้
  8. ดะส่องโมง ต.ค.-พ.ย. งานทอดกฐิน และ งานตามประทีป
  9. นะด่อ พ.ย.-ธ.ค. งานบูชานัต ปัจจุบันจัดงานเทิดเกียรติกวี แทนงานบูชานัต
  10. ปยาโต่ ธ.ค.-ม.ค. งานอัศวยุทธ ปัจจุบันไม่มีการจัดงาน
  11. ดะโบ๊ะดแว ม.ค.-ก.พ. งานกวนข้าวทิพย์ และ งานหลัวไฟพระเจ้า
  12. ดะบอง ก.พ.-มี.ค. งานก่อเจดีย์ทราย หรือ งานดะบอง ปัจจุบันไม่นิยมจัดงานก่อเจดีย์ทราย
ในการกำหนดวันประเพณีเป็นวันหยุดราชการนั้น รัฐบาลได้กำหนดไว้เพียงบางวัน ได้แก่ 
  1. วันสงกรานต์ ในเดือนดะกู จัดราววันที่ 13 - 17 เมษายนของทุกปี
  2. วันรดน้ำต้นโพธิ์ หรือ วันพุทธะ ในวันเพ็ญของเดือนกะโส่ง ตรงกับวันวิสาขบูชาของไทย วันธรรมจักร ในวันเพ็ญของเดือนหว่าโส่ ตรงกับวันอาสาฬหบูชาของไทย 
  3. วันอภิธรรม ในวันเพ็ญของเดือนดะดีงจุ๊ต ตรงกับวันออกพรรษาของไทย
  4. วันตามประทีป ในวันเพ็ญของเดือนดะส่องโมง ตรงกับวันลอยกระทงของไทย 
ขอบคุณเเหล่งที่มาจาก http://www.lampangvc.ac.th/lvcasean/page_myanmar3.html
ขอบคุณการติดตามบล็อกน้อยๆของเด็กตาดำๆนะคะ พบกันใหม่ บ๊ายบ่ายย... ><

นางสาววารีรัตน์ งั่นบุญศรี เลขที่ 17 ม.4/1



วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ สถาบันเขียวเหลืองทอง

ฮัลโหลลล เจอกันอีกเเล้วนะค่าบล็อกที่สามเเล้ว
วันนี้จะมารีวิวโรงเรียนไม่ใกล้ไม่ไกลในเขตบึงกุ่ม  โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ที่ฉันกำลังศึกษาอยู่นั่นเอง

ตราสัญลักษณ์โรงเรียน:อักษร ส ภายในทิศทั้งหก รองรับด้วยเเถบชื่อโรงเรียน
อักษรย่อ:ส.อ.
ชื่อภาษาอังกฤษ:SUKUM NAVAPAN UPPATHAM
วันก่อตั้งโรงเรียน:8 พฤษภาคม 2540
สีประจำโรงเรียน:เขียวเเละเหลืองทอง
ดอกไม้ประจำโรงเรียน:ดอกราชพฤกษ์
คำขวัญ:ประพฤติดี มีคุณธรรม นำวิชาการ
อัตลักษณ์ของโรงเรียน:คนดีมีน้ำใจ
วิสัยทัศน์ของโรงเรียน:เป็นโรงเรียนชั้นนำ เลิศคุณธรรมล้ำวิชาการ สู่มาตรฐานสากล บนพื้นฐานความเป็นไทย
สถานที่ตั้ง:818 ซอยเสรีไทย 43 ถนนเสรีไทย เเขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10240
หมายเลขโทรศัพท์:02-364-7335-6 
หมายเลขโทรสาร:02-364-7325
Website:www.sukum.ac.th


Credit:data.obec.info


ผู้อุปถัมภ์โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์

ดร.สุขุม  คุณเมธ์วดี นวพันธ์
Credit:http://www.sukum.ac.th

ผู้อำนวยการโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์

Credit:http://www.sukum.ac.th


มาดูส่วนภานนอกเเละภานในโรงเรียนกันดีกว่า

Credit:Papassara Boonpok



พระพุทธรูปประจำโรงเรียน
พระพุทธชัยวัฒนคุณะเกษมมงคลบพิตร


โรงเรียนมี 2 อาคารเรียน

นี่คือาคาร 1 มี 8 ชั้น
ชั้น 1 โรงจอดรถใต้ตึก
ชั้น 2 ลานราชพฤกษ์ ห้องวิชาการ ห้องประชาสัมพันธ์ 
ชั้น 3 ห้องสมุด ห้องคอม ร้านถ่ายเอกสาร ห้องสื่อมีเดีย ห้องงบประมาณ
ชั้น 4 ห้องเรียน14** กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา เเละวัฒนธรรม
ชั้น 5 ห้องเรียน 15** กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้น 6 ห้องเรียน 16** กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ชั้น 7 ห้องเรียน 17** กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้น 8 ห้องเรียน 18** กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์


นี่คืออาคาร 2
มี 5 ชั้น
ชั้น 1 โรงจอดรถใต้ตึก
ชั้น 2 โรงอาหาร 
ชั้น 3 ห้องเรียน 23** กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเเละเทคโนโลยี
ชั้น 4 ห้องเรียน 24** ห้องเรียนดนตรีไทย ห้องเรียนดนตรีสากล ห้องเรียนศิลปะ ห้องเรียนนาฏสิลป์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ดนตรีเเละศิลปะ
ชั้น 5 ห้องประชุมสุขุม-เมธ์วดี


เเนะนำอาคารเรียนหลักไปเเล้ว ต่อไปจะนำเสนอบรรยากาศในโรงเรียน เเละมุมต่างๆของโรงเรียน ^^
ไปดูกันเลยยย!!!

Credit:เพจโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์







Credit:Kannika Boonlert


Credit:Kannika Boonlert

Credit:Kannika Boonlert

 
Credit:Kannika Boonlert

Credit:Kannika Boonlert

เป็นยังไงกันบ้างนี่แหละโรงเรียนที่ฉันอยู่มาเข้าปีที่4 
พัฒนาอะไรหลายๆอย่างเเล้ว อยากให้พัฒนาสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
รูปภาพบรรยากาศอาจจะน้อยไปนิด จบม.6 จะมารีวิวให้กระหน่ำเลย55555
ขออนุญาติผู้ถ่ายภาพเเละขออภัยถ้าหากผิดพลาดในการให้เครดิตของรูปภาพด้วยค่ะ

ขอจบการรีวิวสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ สถาบันเขียวเหลืองทอง เพียงเท่านี้ค่าาาา

นางสาววารีรัตน์  งั่นบุญศรี  เลขที่ 17  ม.4/1




กุ้งชุปแป้งทอด เเละเครื่องเคียงผักชุปเเป้งทอด

สวัสดีค่าา วันนี้มาเขียนบล็อกรีวิวอาหารทำเองกับมือเลย ^^


มาเริ่มกันเลยดีกว่า

อุปกรณ์ที่มีเเทบทุกบ้านคือ กระทะ ตะหลิว เขียง เเละมีด

ส่วนผสมเเละเครื่องปรุง มีดังนี้
1.กุ้ง
2.หอมใหญ่ 1 หัว
3.ถั่วฝักยาว 1 ฝัก
4.รสดีเมนูแป้งชุบทอด ปรุงรสสำเร็จ 5 ช้อนโต๊ะ
5.น้ำ
6.น้ำมันองุ่น
7.ซอสมะเขือเทศ


เตรียมอุปกรณ์ ส่วนผสมเเละเครื่องปรุงเสร็จเเล้ว ก็เริ่มทำขั้นตอนเเรกกันได้เลยค่ะ

ขั้นตอนเเรก นำกุ้งมาเเกะหัวเเละเปลือกทิ้ง

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-shrimp-crab/batter-fried-prawns/batter-fried-prawns-04.JPG

ขั้นตอนที่สอง เอาหอมใหญ่มาผ่าครึ่งเป็น 2 ส่วน เเล้วสับให้เป็นหั่นไม่บางไม่หนาเกินไป นำถั่วฝักยาวมาตัดหัว ท้ายฝักออก เเล้วหั่นเป็นชิ้นยาวพอดีคำ



ขั้นตอนที่สาม ตักน้ำใส่ถ้วยเเป้งประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ เเล้วคนกับเเป้งให้เเป้งเข้ากับน้ำ ไม่จับตัวเป็นก้อน
ขั้นตอนที่สอง ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง



*ปล.การทำกุ้งชุปเเป้งทอดต้องใช้เวลา ถ้าไฟแรงเกินไปก็จะทำให้เเป้งไหม้ เเละเนื้อกุ้งจะไม่สุก*


ขั้นตอนที่สี่ ใส่กุ้งลงไปในถ้วยเเป้งชุบเนื้อกุ้งให้โดนเเป้ง เเล้วรอให้น้ำมันเดือดหน่อยๆค่อยใส่กุ้งลงไปในกระทะ


ขั้นตอนที่ห้า หลังจากใส่กุ้งลงในกระทะเเล้ว เอาหอมใหญ่เเละถั่วฝักยาวใส่ถ้วยเเป้งที่ผสมไว้คลุกให้ผักติดเนื้อแป้งเเล้วหย่อยใส่กระทะ


ขั้นตอนสุดท้าย เอากุ้งเเละผักที่ทอดเสร็จเเล้วมาจัดใส่ในจาน เทซอสมะเขือเทศใส่ถ้วย พร้อมทานทันที


เสร็จเเล้วว!!! 


ง่ายนิดเดียวกับการทำกุ้งชุปเเป้งทอด เเละเครื่องเคียงผักชุปเเป้งทอด
วิธีทำเเสนง่าย อุปกรณ์หาไม่ยาก ใครสนใจลองทำทานนะคะ เรื่องรสชาติขึ้นอยู่กับฝีมือค่ะ 
เเต่ของฉันอร่อยสุดๆ

ขอจบการรีวิวอาหารเพียงเท่านี้ 

ขอบคุณค่ะ

นางสาววารีรัตน์  งั่นบุญศรี  เลขที่ 17  ม.4/1